T.'s profileLOVE UNITEDPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    11/14/2008

    I'm 20ing

    แก่ขึ้นอีกปีล่ะ
    หวังว่าชีวิตจะมีอะไรดีขึ้น
    จากการบรรลุนิติภาวะ(ความเป็นคน)
    9/30/2008

    สอบเสร็จแล้วโว้ย....

    อ่ะดีใจจริงๆที่สอบเสร็จ
    หลังจากโหยหาอิสรภาพมานานแสนนาน
    เรื่องข้อสอบทำได้ไม่ได้ช่างมันเห้อะ
    ไม่อยากพูดถึง
     
    ตอนนี้มีความสุขดี
    เมื่อคืนดู Eagle Eye มา
    ก็เรื่อยๆดีอ่ะ แต่หวิ่งเล็กน้อย ภาพตัดไปมาเร็วมากกก
     
    เมื่อกี้ก็เพิ่งปั่นงาน Log Book เสร็จ
    ตอนนี้ว่างแล้วพี่น้อง
     
    วันที่ห้าเพื่อนนัดเจอกันเพื่อทำค่ายต่ออีก
    จังว่ากันล่ะเนอะ เหอะๆๆๆ
     
    6/8/2008

    Cheer Status : COMPLETED เย้ๆๆ

    ในที่สุดก็ปิดเชียร์ซักที  เฮ้อ
    มีความรู้สึกทั้งโล่งใจทั้งใจหาย
    อย่างน้อยการไปทำเชียร์ก็ทำให้มีไรทำหลังเรียนอ่ะนะ
    ไม่งั้นก็เหมือนกับว่าเลิกเรียนเสร็จก็อยู่ห้องไม่มีไรทำ
    แต่มันก็เป็นงานที่หนักจริงๆ เกินกว่าที่จะทำตลอดไปควบคู่กับการเรียนที่แสนจะ...นะ ได้
    แต่ก็ดีแหละที่น้องๆผ่านซักที
    หลังจากที่ลุ้นอยู่เหมือนกันว่าจะผ่านมั้ย
    เพราะหลายๆเสียงเหลือเกินที่ยังไม่ค่อยพอใจกับสปิริตของน้องๆ
    ดีใจกับน้องๆด้วยละกัน เพราะหลายๆคนก็ทำเกินคำว่าเต็มที่แล้ว
     
     
    จากที่ปีนี้ได้ทำฝ่ายพยาบาล
    เมื่อวานเพื่อนสาสุขก็ถามว่าฝ่ายนี้หนักมั้ย
    ก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน
    เพราะมันไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดพีค
    ไม่ว่าเค้าจะนัดน้องทำอะไร
    ฝ่ายนี้ต้องไปตลอด
    เพียงแต่ไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการคุมเกม
    แต่ต้องคอยดูแลเกม ไม่ให้มีอันตราย
    รับน้องทั้งอาทิตย์ก็ยืนตลอดปีตลอดชาติ
    เดินไปส่งน้องก็เดินตามสังขารอำนวย
    เพราะเข่าตัวเองก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่
    ไม่อยากให้มันเกิดปัญหาอีก จะยุ่งยากเปล่าๆ
    ยิ่งตอนเข้าห้องเชียร์ โอเคมันก็หนักด้วยกันทุกฝ่ายแหละ
    แต่เราต้องยืนตลอดไง เพียงแต่ไม่ต้องเก็ก และเดินไปเดินมาได้ นั่งพักได้
    แต่ก็อย่างว่าแหละ ใครจะกล้านั่งนาน ฝ่ายอื่นเค้ายืนกันหมด เกรงใจตาย
    ฝ่ายไหนจะเข้าจะออก ฝ่ายพยาบาลก็ต้องอยู่ตลอด
    ยกเว้นเมื่อวานที่ต้องโดนผสมโรงกะเค้าไปด้วย
    แต่พยายามไม่ใส่อารมณ์ร่วมมาก
    เพราะถ้าได้ร้องไห้ขึ้นมาแล้วจะลงยาก  แต่ก็เกือบหลุดแล้วนะ
    ซักพักก็เริ่มมีคนออกแนวใกล้ไฮเปอร์
    กว่าจะเอาลงได้ ซักพักพี่เดินออกมาด่าปีสองแกก็ขึ้นใหม่อีก
    เอาอยู่ประมาณห้าหกรอบได้ เหอะๆ
     
     
    ตอนนี้ชีวิตกลับเข้าสู่โลกปกติ
    ที่หนังสือก็ยังไม่ได้อ่าน
    แถมยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
    ยอมรับว่าเครียดจริงๆ แต่ไม่แสดงออก เดี๋ยวจะเครียดกว่าเก่า
    เฮ้อ...ตายแน่ช้าน ไม่มีอารมณ์อ่านเข้าซะเลย
    5/11/2008

    How many times can your head crashed before you die?

    พรุ่งนี้ก็เปิดเทอมแล้วอ่า
    เฮ้อ...
    เมื่อเช้ามืดก็เพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ
    ตื่นเสร็จก็ต้องรีบจัดของมามอ
    มาถึงก็มาเห็นสภาพอันรกของห้องที่ยังไม่มีอะไรเลย
    มุ้งลวดยังต้องมาใส่เองเลยคิดดู
    ของถูกและดีไม่มีในโลกจริงๆ
    กว่าจะจัดห้องเสร็จอีก
    เลยไม่ได้นอนเลยอ่า...
    ระหว่างปูเตียงจังหวะลุกขึ้นหัวก็โขกเตียงอีก
    โน..จนได้ น้ำตาไหลเลย เจ็บจริงๆๆๆ ห้อเลือดตามเคย
    หลายครั้งแล้วนะเนี่ยที่หัวกระแทกแรงแบบนี้
    เท่าที่จะความได้นี่ครั้งที่สามแล้ว
    ไม่รู้ว่าจะอยู่ให้มันกระแทกได้อีกกี่ครั้งเหมือนกัน...
    3/7/2008

    สอบเสร็จแย้ว

    เย้ๆๆๆๆ
    ในที่สุดก็สอบเสร็จซ้ากที
    หลังจากที่นอนไม่เป็นเวลามาพักใหญ่
    ไม่ใช่อ่านหนังสือนะ มันไม่หลับเอง
    เพราะนอนกลางวันเยอะเกิน
     
    ตอนนี้อยู่ในช่วงผ่อนคลาย
    ขณะนี้มานั่งเล่นเน็ตที่คณะตั้งแต่ตีหนึ่ง
    เนื่องจากเน็ตที่หอเน่า
    นี่ก็ตีห้าแล้ว ยังไม่ได้นอนเลย
    ช่างรักษาสุขภาพจริงๆ
     
    ช่วงปิดเทอมนี้ก็คงเงียบไปพักใหญ่ๆ
    เพราะที่บ้านไม่มีเน็ตอ่านะ
    คงไม่ได้เข้ามาอัพอีกจนกว่าจะเปิดเทอมโน่นแหละ
    แต่ก็ไม่นานหรอก (5 พค)
     
    คิดถึงเพื่อนๆจังเยย
    กร๊ากๆๆๆ
    กลับบ้านกลับช่องก็แวะมาหากันบ้างน้า
    1/27/2008

    Coffee Prince (๐*_*๐)

    พฤหัสถึงวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ไม่เป็นอันทำอะไรเลย
    เวลาสิบแปดชั่วโมงหมดไปกับการดู Coffee Prince
    ดูจนปวดหู ปวดตา ปวดหัวไปหมดแล้ว
    เมื่อวานยิ่งนั่งดูตั่งแต่ห้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นไม่ลุกไปไหนเลย
    เฮ้อ...เซ็งจริงๆ แต่มันก็สนุกดีอ่ะนะ
     
    เพื่อนๆขา อย่าเอาอะไรมาให้ดิชั้นติดงอมแงมอีกนะคะ
    ขอร้อง...ทำตัวไร้สาระมากเลยช่วงนี้
    ...............
     
     
    1/16/2008

    เซื่องซึม..เฉื่อยชา

    พักนี้เป็นไรไม่รู้
    รู้สึกว่าตัวเองง่วงตลอดเวลา
    ไม่ว่าจะนอนมากนอนน้อย
    ทำให้หลับในคาบ ทำอะไรก็เฉื่อยๆไปหมด
    ไม่กระฉับกระเฉงเอาเสียเลย
    ทั้งๆที่ก็นอนเท่าๆเดิมนะ
    เป็นเพราะอ้วนขึ้นด้วยรึเปล่าไม่รู้
    ไม่มีแรง เหนื่อย อยากอยู่เฉยๆ นอนทั้งวัน
    ทำไงดี จะได้สดชื่นได้ทั้งวันเนี่ย
    เฮ้อ...
     
    ว้นนี้ก็หลับในคาบชีวะ
    หลับแบบว่านอนจริงๆเลยอ่ะ
    โอ้ย...เบื่อๆ เซ็งๆ
    คนอ่านจะเซ็งด้วยมั้ยเนี่ย
     
    ตอนนี้มีเรื่องเดียวที่ทำให้หายเซ็งได้นั่นคือ (...)
    1/9/2008

    ความเสี่ยง...

    เอาล่ะในเมื่อการบ้านมันยากเกินทำไหวเราก็ควรระงับการทำไว้ชั่วครู่เป็นการดีที่สุด
    วันนี้จะพูดกันถึงเรื่องความเสี่ยงดีกว่า
    ขอไร้สาระซักวัน (รึทุกวันว้า)
     
    เรื่องแรกการฟิสิกส์ตก mean หมายถึง ความเสี่ยงในการได้เกรดไม่ค่อยน่าประทับใจอีกแล้ว
    เรื่องที่สองการขี่รถย้อนศรบ่อยๆ หมายถึ งความเสี่ยงในการเกิดอุบัตเหตุ แต่มันก็อดทำไม่ได้
    เรื่องที่สามการดูบวมขึ้น หมายถึง ความเสี่ยงที่น้ำหนักจะขึ้นอีก ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่ขึ้นก็ตาม
    เรื่องที่สี่การสร้างมิตรภาพ หมายถึง ความเสี่ยงในการทำลายมิตรภาพหากกระทำไม่ถูกวิธี
    เรื่องที่ห้าการยังไม่ไปทำการบ้าน หมายถึง ความเสี่ยงในการที่มันจะไม่เสร็จแล้วไปนั่งเอ๋อในห้อง
    เรื่องที่หกการมีความขี้เกียจมาก หมายถึง ความเสี่ยงในการเพิ่มความโง่ให้ตัวเอง
    เรื่องที่เจ็ดความลังเล หมายถึง ความเสี่ยงในการนั่งบื้ออยู่คนเดียว
    เรื่องที่แปดการขาดประสิทธืภาพในการสื่อสาร หมายถึง ความเสี่ยงในการเกิดความขัดแย้งหรือสงคราม
    เรื่องที่เก้า....
    เรื่องที่สิบ...
    .
    .
    .
     
    จะเห็นได้ว่าวันๆนึงเราต้องเผชิญความเสี่ยงต่างๆมากมาย
    ดังนั้นควรใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท
    อัปปมาโท อมตัง ปทัง
    ความไม่ประมาทเป็นทางไม่ตาย..จำไว้
    1/3/2008

    เหลืออีกหนึ่ง

    วันนี้ก็สอบชีวะเสร็จไปอีกหนึ่ง
    เหลือภาษาลาวสอบในคาบอย่างเดียวก็รอดแล้ว
    อยากนอนมากหลังจากที่เมื่อคืนโดนไซโคนักจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน
    อีกทั้งเพื่อนๆตอบเอาๆแต่เรานั่งเอ๋อรับประทาน
    หลังจากที่อ่านเท่าที่สมองน้อยๆจะเอื้ออำนวยแล้ว
    จะนอนก็นอนไม่หลับ ง่วงมาก แต่ไม่หลับ
    ทรมานสังขารอย่างแรง
    กว่าจะหลับคิดว่าเวลาคงตีสี่กว่าๆ
    ตั้งนาฬิกาปลุกหกโมงครึ่งเพื่อ....ปลุกเมทแล้วตัวเองไปนอนต่อ
    สองโมงก็ไปสอบแบบไร้อารมณ์
    สอบไปปวดท้องไป มั่วเยอะมากเพราะท้องก็บิดไปเรื่อยๆ
    ไม่รู้จะเป็นไงเหมือนกัน
    รู้แต่ได้กลับบ้านอีกแล้ว..ดีใจจัง
    อ่ะกิ้วๆ
    12/27/2007

    ส วั ส ดี ปี ใ ห ม่. . .

    วันนี้ก็สอบวิชาสุดท้ายไป นั่นคือ Eng for Med
    เมื่อคืนก็แทบจะอ้วกออกมาเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้วอ่ะ
    เนื้อหาสี่สิบกว่าบท ชีทเสริมทั้งของเพื่อนกะของจารย์อีก แล้วก็ citadel อีกเล่มนึง
    เยอะมากกกก ต่อให้ชอบเรียนยังไงก็ยังต้องยอมแพ้
    เห็นข้อสอบแล้วก็ทำได้มั่งไม่ได้มั่ง ศัพท์บางคำชีวิตนี้เหมือนไม่เคยเห็น
    ได้เขียนอะไรแปลกๆเพียบ เพราะไม่อยากให้มันว่างเลยมั่วดีกว่า เช่น
    มะเร็งต่อมลูกหมาก prostatulcer อะไรประมาณนี้ ก็เขียนเป็น prostate gland's cancer เริด
    ที่ทำให้ตายได้ ชาวบ้านเค้าเขียนกัน lethal ดิชั้นใส่ deadable มั่วได้ใจมาก
    ผลจะออกมาเป็นไงก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้มีความสุขก็พอแล้ว
     
    จะปีใหม่แล้ว ในเมื่อที่บ้านไม่มีเน็ตก็เขียนไว้ล่วงหน้าดีกว่า
     
    ปีใหม่ ชีวิตใหม่ เริ่มต้นใหม่
    ขอให้อำนาจคุณพระรัตนตรัยดลบันดาลให้ทุกคนมีความสุขมากๆ
    โลกสงบสุข ให้ความเห็นแก่ตัว โลภ ทั้งหลายของมนุษย์เรามันน้อยลง
    ขอให้สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต สิ่งใดที่เป็นอุปสรรคก็ขอให้จงผ่านพ้นมันให้ได้
    สามารถเรียนจบไปเป็นหมอที่ดีได้...สาธุ
     
    สุขสันต์วันปีใหม่ ๒๕๕๑ ค่ะทุกคน
    HAPPY NEW YEAR 2008
    12/26/2007

    สอบๆๆๆ

    ตอนนี้ช่วงในช่วงสอบ
    สเปซเลยค่อนข้างชะงักชั่วคราว
    สอบเสร๊จคงรีบกลับบ้าน
    บ้านอันไม่มีเน็ต
    ไม่รู้จะได้อัพมั้ย
    ว่าแล้วก็ไปนอนดีกว่า
     
    สวัสดีปีใหม่ไว้ล่วงหน้าก่อนละกันทุกๆคน
     
    12/15/2007

    ชายผู้ขี่ม้า

    พุทธศักราช ๒๕๓๑
     
    ฉันเดินเข้าไปในสวนโมกขพลาราม   ต้นไม้สูงขนัดแน่น  สงบเย็น
     
    พระรูปอ้วนนั่งอยู่หน้ากุฏิ  ฉันก้มกราบลงแทบลานทราย   ไก่ขัน  เอ้ก อี๋ เอ้ก  บนบ่าของพระ
     
    พระหัวเราะหึๆ กำลังเล่านิทานให้คนรายรอบฟัง นิทานเรื่อง ชายผู้ขี่ม้า
     
     

    "ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีชายผู้หนึ่งขี่ม้าโจนโผนมาตามทาง ราวว่ากำลังมีธุระร้อนรน 
     
    เสียงม้าร้องก้องกังวาน  ขาทั้งสองลอยอยู่กลางอากาศ ฝุ่นตลบฟุ้งตามรอยเท้า
     
    ผู้คนต่างชี้ชวนกันดูอื้ออึง
     
    ชายผู้ขี่ม้าขาวจะไปไหนนั่น  คนหนึ่งว่า
     
    โอ ชายผู้ขี่ม้าดำต่างหาก  อีกคนโต้
     
    เด็กเล็กๆคนหนึ่ง นัยน์ตาใสซื่อ มองด้วยความฉงน ตะโกนถามขึ้น  ท่านจะไปไหนนั่น  เสียงเซ็งแซ่ถามตาม
     
    ชายผู้ขี่ม้าลดฝีเท้าม้าลง หันมามองผู้ถาม ด้วยนัยน์ตาเลื่อนลอย ตอบว่า ไม่รู้สิ
     
    อ้าว ! เสียงผู้คนรายรอบงุนงงสงสัย ท่านเป็นผู้ขี่ม้าเองนะ
     
    ชายผู้ขี่ม้าหันมายิ้มกร่อยๆ แล้วตอบว่าแล้วแต่ม้าจะพาไป
     
    ว่าแล้วม้าก็พาชายผู้ขี่ม้ากระโจนลับหายไปในชายป่าเบื้องหน้า
     
    นิทานจบเพียงเท่านี้"

    พระผู้เล่าหัวเราะหึๆ มองตาผู้คนโดยรอบ เงียบทั้งลานทราย

    พระว่า "ชีวิตพวกท่านก็เหมือนชายผู้ขี่ม้านั้น ขึ้นมาอยู่บนหลังม้าแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน"

    พระรูปนั้นชื่อพุทธทาส
     
    "มนุษย์เอย จงขี่ม้าแห่งชีวิตของตนเองไปสู่จุดหมายด้วยสติอันสมบูรณ์เถิด"



    อานแล้วเหมือนชีวิตตัวเองในตอนนี้ไม่มีผิด...ไม่รู้จะไปทางไหนดี
    12/10/2007

    อ้วน...

    อ้วนหนึ่ง...กลับบ้านพ่อทักว่าอ้วน
    อ้วนสอง...แม่ทักว่าอ้วน
    อ้วนสาม...ไปงานหมั้น น้าสองคนทักว่าอ้วน
    อ้วนสี่...ไปบริจาคเลือด คนเจาะถามว่าอ้วนขึ้นรึป่าว แถมยังต้องเจาะทั้งสองแขน
    ใช้คนเจาะสองคน...นู๋เจ็บนะค้า
    อ้วนห้า...หก..เจ็ด....เพื่อนๆพี่ๆทุกคนทักว่าอ้วน
     
    รู้แร้วๆๆๆๆๆๆ จะลดให้ได้เน้อ...
    12/6/2007

    ชีวิตหนอ...

    ตอนนี้กะลังมีพัฒนาการทางด้านน้ำหนักมาก
    ขี้นเอาๆ ทุกวัน
    วันนี้ก็ว่าจะไม่กินข้าวเย็น
    แต่ก็อดไม่ได้ ไปลงที่สเต๊ก
    แบบว่ามีคนเลี้ยงถ้าจะไม่กินจะเสียมารยาท
    เลยได้มาอืดเอาๆ ที่หอเนี่ย เฮ้อ...
     
    อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะสอบแล้ว
    งานก็ยังไม่ได้ทำ
    หนังสือก็ยังไม่ได้อ่าน
    วันๆก็นั่งเล่นแต่เน็ตอยู่เนี่ย
    ดูแล้วเจริญดีเจงๆ
     
    12/2/2007

    งานอดิเรก...

    ตอนนี้ติดหวัดเป็นงานอดิเรกใหม่
    โอย ทรมาน หายใจไม่ออก (ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า "ตันดัง" อิอิ)
    เป็นตั้งแต่ลอยกระทงจนป่านนี้ยังไม่หายเลย เซ็ง..
    เมื่อคืนกะว่าจะออกไปเซเว่นแล้วก็กลับห้อง
    แต่ไม่รู้ว่าคิดผิดรึคิดถูกที่โทรหาพี่แพท
    เลยได้ออกไปกินเนื้อย่างกัน พีทก็ไปด้วย
    ไม่อยากจะประจานเลยว่ากินไปสามถ้วย
    เพราะไม่รู้ว่ามันซื้อสองแถมหนึ่งอ่ะนะ
    จากนั้นก็ร้องเกะต่ออีก
    แต่แบบว่าคุณแม่ดิชั้นเลือกมาแต่ละเพลงนี่มันแทบไม่เคยฟังเล้ย
    แล้วตัวเองก็ยังร้องไม่เป็นอีก เฮ้อ...
     
    ตอนนี้ไม่ได้ไรทำ เพิ่งอ่าน Citadel จบ
    เซ็ง...
     
    11/28/2007

    ค่ายจริยธรรม '50 ค่ายดีดีมีสาระ

    เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสไปเข้าค่ายจริยธรรมมาอ่า
    เค้าก็จัดกันที่ม.บูรพาอ่ะนะ
    ตอนแรกที่ไปก็คิดว่าคงน่าเบื่อแหละ แค่เห็นชื่อค่ายก็พอจะเดาได้
    แต่พอได้ไปก็รู้เลยว่าคิดผิด เป็นค่ายที่ดีมากๆเลยอ่า
    เหมือนได้ไปเรียนวิชาสังคม โดยเฉพาะ อ.ธวัช นอกสถานที่
    วันแรกก็ได้เจออ.หมอ โกมาตรอีกรอบ เจอกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง
    เจอคนที่ทำงานทุ่มเทในวงการมากมาย
    ประมาณว่าหมอที่มีอุดมการณ์
    เจอรุ่นพี่และเพื่อนเยอะแยะ
    ตอนเย็นก็มีการจับสลากบัดดี้ทำ+ลอยกระทง
    ลอยเสร็จก็ไปเดินงานต่อ หกทุ่มกลับที่พัก (พี่ค่ายโทรตามเร็วไปหน่อย)
    คืนวันนั้นสลบเป็นตาย
     
    วันต่อมาเกือบไม่ตื่น ตอนแรกจะเป็นกิจกรรม walk rally
    แต่เนื่องจากคนไม่ค่อยตื่นกันนั่นแหละ
    เค้าเลยพาไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแทน
    ก็หนุกหนานดี
    จากนั้นก็พาไปสถานอะไรซักอย่าง จำชื่อไม่ได้
    มีทั้งคนพิการ ผู้ป่วยพิการทางสมอง
    ไปเลื้ยงขนมเค้าอ่ะนะ
    ก็รุ้สึกดีมากๆเลยที่ได้มีโอกาสลองทำ
    ไปเจอยายตาบอดเป็นคนอำนาจด้วย
    เลยได้พูดอีสานซักที ประมาณว่าชวนแกฝอยแหลก
    แต่ยายอีกคนนึงน่าสงสารประมาณว่าชีวิตแกรันทดมาก
    คุยกะแกไปตัวเองก็จะร้องไห้ไปด้วย
    ไม่รู้จะปลอบยังไงเลยได้งัดเอาความรู้ได้วิชาพระพุทธมาใช้เลย
    มีคนสาวๆพิการทางสมองก็ดูเค้าร่าเริงตลอดเวลาดี
    เอะอะอะไรขอถ่ายรูปตลอด
    แหม...ไอ้ mem เรามันก็เต็มหลังๆเลยได้หลอกถ่ายเอา (กรูผิดมั้ยนี่)
    หลังจากนั้นก็เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
     
    แต่สรุปแล้วคือรู้สึกดีมากๆที่ได้มาเข้าค่ายครั้งนี้
    เหมือนได้จุดไฟในตัวนิดนึงอ่ะ
    รุ้สึกดีมากที่ได้ไปสัมผัสการtake care คนอื่นอ่ะนะ
    อย่างยายตาบอดนั่นตอนแรกก็คุยก็แกเฉยๆแหละ
    แต่หลังๆมาคิดได้ว่าเออ แกมองไม่เห็นนี่หว่า
    เลยเอามือแกมาจับมาบีบนวดให้กำลังใจอ่ะนะ
    ถ้าไม่ได้ไปคงไม่มีโอกาสได้ลองทำอะไรแบบนี้...
     
    ค่ายจริยธรรมครั้งนี้ ดีมีสาระ ไม่น่าเบื่อ ผ่าน !!!
    11/21/2007

    กระท๊ง...กระทง

    ทุกวันพุธก็เหมือนว่าจะได้หยุดพักกลางสัปดาห์
    เพราะมีเรียนแค่สองวิชา
    วันนี้หลังจากเรียน eng เสร็จแล้วก็ไปตะลอนหาต้นกล้วยกัน
    มีสมาชิกอันประกอบด้วย ตัวเอง โป๊ย แต้ว นุ่น
    เป้าหมายคือซอยบ้าน อ.อ้อม
    หลังแรกที่ไปถึงดูเหมือนเจ้าของเค้าไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่
    เลยขอแต่ต้นที่มันตายแล้วมา
    ยังดีที่ยังสดอยู่ แถมลำต้นใหญ่ได้ใจมาก
    บ้านหลังที่สองเจ้าของตัวจริงไม่อยู่ แถมยุ่งมาก
    ยายแกเลยแนะนำบ้านเยื้องๆกันให้ (เริด)
    ดูไปดูมามันก็บ้านตรงข้ามบ้าน อ.อ้อมนี่หว่า
    แต่หลังนี้ดีมากเลย แกยกให้ฟรีๆ
    ตอนแรกคิดว่าแกคงไม่รู้ว่าเราอยากได้หลายต้น ไม่ใช่ต้นเดียว
    บอกให้มาตัดเอาเลย ยังไงก็ไม่เอาเงิน (ดี ชอบของฟรี ขอบคุณค่ะ)
    ก็คงต้องรีบมาตัดกันพรุ่งนี้ เพราะเห็นพวกศิลปศาสตร์ก็ไปตระเวนแถวนั้นเหมือนกัน
     
    หลังจากเสร็จภารกิจแล้วก็เข้าไปในเมือง
    เลาะไปเลาะมาจากบิ๊กซีแต่มาจบที่ SK
    กล่อมตั้งนานกว่าจะลากไอ้นุ่นลงมากินข้าวได้
    เพราะเป๊ก ผลิตโชคดันมา
    นี่สงสัยถ้าหมอโอ๊กมาเพื่อนคงไม่ได้กลับมอแน่ๆ
    แต้วชวนกิน KFC ก็เลยกินๆไป
    จากนั้นกลับพาเพื่อนแวะร้านเค้ก
    แล้วก็แวะร้านเช่าหนังอีก
    กลับมาเช่าการ์ตูนต่ออีก
    สรุปคือเข้าไปเสียตังค์โดยแท้
    เฮ้อ...
    11/18/2007

    แง่มๆ

    ตอนนี้กะลังอยู่ในช่วงเซ็งอย่างแรง
    ประมาณว่าความรู้ก็ไม่อยากแตะ บันเทิงก็ไม่อยากเข้าใกล้
    อยากนอนทั้งวันไม่ต้องทำไรได้มั้ยเนี่ย
    เฮ้ออออออออออ
     
    วันนี้เค้าก็รับน้องสาสุขที่มาสอบสัมภาษณ์กัน
    ตอนนี้ก็กะลังเต้นๆกันอยู่
    ส่วนเรา..หนีมาเล่นเน็ต
    ก็บอกแล้วว่าเซ็งงงง.....อย่างแรงเลย
    11/14/2007

    คุณแฮปเราไว้ เราซึ้งใจสุดสุด

    ในที่สุดก็มีอายุครบสิบก้าวปีพรอดี
    เฮ้อ...แกซะแร้วเรา
    ก็ไม่รู้จะอัพไรเหมือนกัน เอาเป็นว่าเรามาขอบคุณท่านผู้มีอุปการะคุณทั้งหลายดีกว่า
     
    ผู้อุปการะคุณหมายเลยหนึ่ง - แก๊งผู้สูงวัยและคณะ
    สมาชิก - พี่ก้อย พี่แพท พี่ปุ๋ม พี่แมน พี่ฝน พี่เก๋ พี่แพรว พี่โก พี่ออน พี่ซันนี่ พี่ป๊อป (ขาดใครมั้ยเนี่ย)
    เวลา - ประมาณ 22.00    13/11/2007 ล่วงหน้าเล็กน้อยสองชั่วโมงของวันจริง
    สถานที่ - หน้าหอลีลาวดี
    ขอบคุณมากๆนะค้าที่อุตส่ามาเซอร์ไพส์ แต่อิตัวเจ้าของวันเกิดนี่แหละที่ทำให้ผิดแผนเล็กน้อย
     
    ผู้อุปการะคุณหมายเลขสอง - แก๊งร่วมเป็นร่วมตายรุ่นเสาเอกทั้ง 15 ท่าน
    สมาชิก - เติ้ล(หัวหน้าแก๊งนำปฏิบัติการ) ปอ อิ๊ก บี โป๊ย หยก บิว ปาล์ม ป๊อด นุ่น แต้ว แคท ป๋า เหนียว ชมพู่
    เวลา - 0.00   14/11/2007
    สถานที่ - ร้านหยวน
    ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนมาก ขอบคุณที่อุตส่าห์แอบหนีเข้ามาไปซื้อของขวัญมาให้
    โดยเฉพาะเติ้ลที่เป็นเจ้ามือเลี้ยงวันเกิดย้อนหลังแล้วมาแฮปเราซ้อนทับอีกที
    แต่รู้สึกเฮียจะบริการดีมาก ดิชั้นทิ้งแก้วแป๊ปเดียว กลับมาอีกทีมันเต็มอีกแล้วอ่า
    ทำให้เป็นการทดสอบระบบ buffer ของร่างกายเรื่องประสิทธิภาพในการกำจัด alcohol ออกจากกระแสเลือดได้อย่างดี
     
    ผู้อุปการะคุณหมายเลขสาม - แก๊งเลดี้ส์แห่งหอพักดีจริง
    สมาชิก - เยอะมาก จำไม่ได้ ไม่กล้าไล่เดี๋ยวไม่หมด อีกอย่างตอนนั้นเป็นช่วงท้ายรายการแล้ว สภาพก็คงเดาได้ไม่ยาก
    เวลา - ไล่เลี่ยกันกับแก๊งที่แล้ว
    สถานที่ - ร้านหยวน
    ขอบพระคุณพี่ๆทุกท่านที่อุตส่าห์มากันเยอะมากกกก โดยเฉพาะพี่เหม่ง และพี่ทราย
    แต่ขออภัยที่อาจต้อนรับได้ไม่ครบทุกท่านเพราะสภาพไม่เอื้ออำนวยเท่าใดนัก
     
    สุดท้ายนี้ขอบพระคุณทุกข้อความที่ร่วมโหวตให้นะคะ
     
    จากนั้นก็ไปร้องเกะทรมานสังขารถึงดีห้าครึ่ง ดิชั้นจึ่งได้เสร็จกลับหอ
    ไม่ค่อยได้นอนเท่าไหร่เพราะเมดมีเรียนเช้า
     
    แก่ขึ้นอีก...นู๋ขอสัญญาว่า นู๋จาเปนเด็กดี
    11/12/2007

    คอนแคนยูนิเวอร์ซิตี้

    อาทิตย์ที่ผ่านมาช่างเป็นเวลาแห่งการเลาะจริงๆ
    เมื่อวานศุกร์กลับบ้านก็ไปดู Surf's up กะพี่ปุ๋มและพี่แมน
    จากนั้นก็ไปกินเล็กนมสดกะแก๊งป้าๆ (อ้วนครั้งที่หนึ่ง)
    วันเสาร์ก็ไปขอนแก่นกะน้อง
    คือน้องไปสอบส่วนพี่ไปเที่ยว
    ไปถึงกะหัวค่ำเล็กน้อย รถติดมั่กมาก
    ไปเลี้ยงน้องห้องสิบสาม ไม่น่าเชื่อว่าปีนี้มันมาสอบตั้งแปดคนแนะ
    มหัศจรรย์มากสำหรับหัองข้าพเจ้า
    ต่อจากนั้นก็ไปร้องเกะ ห้องที่โน่นเค้ากว้างมากเลยอ่ะ
    แต่มีไมค์แค่สองอันเอง น้อยจัง
    ตอนออกมาจากร้านยังโดนจอดปิดทางอีก
    ต้องลากมอไซค์เป็นสิบคันได้กว่าจะได้กลับ
    (ขอบคุณเพื่อนๆขอนแก่นเจ้าภาพที่เลี้ยงเกะมา ณ ที่นี้ด้วย)
    กลับหอก็ไม่ดึกเท่าไหร่ประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ
    ไปนอนห้องม๋าอิงอ่านะ
    เป็นหอใหม่ดูแล้วก็ไฮโซดี ดูดีกว่าลีลาวดีหนึ่งที่ชื่อโคดไฮโซเล็กน้อย
     
    วันเสาร์ก็ไปกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง (อ้วนครั้งที่สอง)
    กะสเต็กกะสลัดแอปเปิ้ล (อ้วนครั้งที่สาม)
    ก็อร่อยดี (ขอบคุณม๋าอิงที่เลี้ยง)
    จากนั้นก็นั่งรถเลาะรอบมอ
    ก่อนกลับเลยไปเลี้ยงไอติมมันตอบแทนละกาน (อ้วนครั้งที่สี่)
    ร้านเค้าก็แบบว่าประมาณสเวนเซ่น
    ราคาก็เทียบเท่าประมาณนั้น
    กลับถึงบ้านค่ำๆก็ไปกินข้าวต้มอีก (อ้วนครั้งที่ห้า)
     
    สรุปแล้วคือสนุกดี นั่งรถจนเมื่อยตูด แถมอ้วนนนนนนนนนนนนน